Hotline: 087-412-0888, 087-412-4888

โปรแกรมทัวร์

3582-650

ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ก 8 วัน 5 คืน

Call for price

ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ก 8 วัน 5 คืน โดยสายการบิน Thai Airways (TG) เริ่มต้นเพียง  47,999  บาท เดินทาง กันยายน – ธันวาคม 2562

Product Description

ดาวน์โหลด PDF

ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ก 8 วัน 5 คืน

นั่งรถไฟไต่เขาและกระเช้าลอยฟ้า พิขิตยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน “ซุกสปิตเซ่”
สัมผัสความงามแสนโรแมนติค ที่ใครก็ต่างใฝ่ฝันถึง ที่ “หมู่บ้านมรดกโลก อัลสตัล”

โดยสายการบิน Thai Airways (TG)

เที่ยวยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ก เที่ยวหนัก จัดเต็ม ครบทุกไฮไลท์ โปรแกรม Update!!

เมืองมิวนิค (Munich)
หรือในภาษาเยอรมันว่า มึนเชิน (Munchen) เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ของ ประเทศเยอรมัน (Germany) และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศรองจากเมืองเบอร์ลินและเมืองฮัมบวร์ค เป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของทวีปยุโรป

พิพิธภัณฑ์ บี เอ็ม ดับเบิ้ลยู (BMW Museum)
สถานที่จัดแสดงวิวัฒนาการของรถยนต์ BMW ซึ่งมีต้นกำเนิดที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเยอรมัน ผ่านทางนิทรรศการ ซึ่งมีทั้งประวัติศาสตร์ของยวดยาน “BMW” มีทั้งเครื่องยนต์ สมัยก่อนยังใช้ม้าลากรถ จนเริ่มมีรถยนต์เมื่อปี ค.ศ. 1904 กระทั่งปี ค.ศ. 1920 จึงได้มีรถยนต์ใช้กันแพร่หลายแทนที่การใช้ม้าลากรถ ซึ่งในปีนี้เอง ที่รถยนต์ BMW ที่เก่าแก่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์ ได้ถูกสร้างขึ้น พิพิธภัณฑ์ BMW ไม่ใช่มีเพียงแต่ รถยนต์ BMW จะเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ศิลปะการออกแบบ เครื่องยนต์ เทคโนโลยี โรงเรียนสอนขับรถยนต์พิพิธภัณฑ์ BMW อาคารรูปทรงกระบอกสูบรถยนต์ คือสำนักงานใหญ่ ส่วนตึกที่มีลักษณะเป็นชามคือพิพิธภัณฑ์ ค่าก่อสร้างตึกทั้งหมดในโครงการ โดยประมาณ 9,500 ล้านบาท

พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munchen)
เป็นปราสาทเก่าแก่นับแต่ปี ค.ศ. 1385 ผ่านการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตามยุคสมัยขึ้นอยู่กับผู้ปกครองบ้านเมือง ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1508-1918 นั้นเคยใช้เป็นที่ทำการรัฐสภา ตลอดจนเป็นพระราชวังของบาวาเรียดุ๊ก ความงดงามของพระราชวังแห่งนี้ มีความผสมผสานของศิลปะหลายยุค เริ่มต้นที่ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ยุคบาโรกและยุคโรโคโคถึงยุคนีโอคลาสซิซิสซึ่ม เมื่อต้องถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีการปรับและสร้างใหม่ในปี ค.ศ. 1945 ชมความยิ่งใหญ่ อลังการ ความเจริญรุ่งเรืองในอดีตผ่านสถาปัตยกรรม การก่อสร้างที่ทรงพลัง มีความแข็งแรง รูปแบบที่ยังคงความคลาสสิคในสายตาคนรุ่นใหม่ ภายในแบ่งออกเป็นสัดส่วน พระราชวังในฐานะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยของโบราณทรงคุณค่า น่าชม ศึกษา โรงละคร ฯลฯ

จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz Square)
ซึ่งตั้งชื่อตามรูปปั้นพระแม่มารีสีทองบน เสามาเรียนเซาเลอ (Mariensaule) เป็นเสาสูงที่ตั้งตระหง่านกลางจัตุรัสมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1638 ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณนักบุญเซนต์แมรี่ นักบุญแห่งแคว้นบาวาเรีย ที่ช่วยให้เมืองมิวนิคหลุดพ้นจากการครอบครองของกองทัพสวีเดน รวมถึง โอเปร่าเฮ้าซ์ (Opera House)

เมืองฟุสเซ่น (Fussen)
เมืองเล็กๆน่ารักๆของประเทศเยอรมัน ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของประเทศเยอรมัน ติดกับชายแดนประเทศออสเตรีย และเป็นที่ตั้งของ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” และ “ปราสาทโฮเฮ็นชวานเกา” รายล้อมด้วยทะเลสาบถึง 5 แห่ง ถือเป็นอีกเมืองโรแมนติก ตกแต่งไปด้วยสีสันที่สวยงามของบ้านเรือนและโรงแรมที่พัก ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากตัวตึกหรือบ้านช่องนั้นมีหลากสีสันมากเหมือนกับลูกกวาดสีสวยๆทั้งเมืองเลยทีเดียว

ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)
เป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายแห่งเจ้าหญิงนิทรา สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2’ แห่งรัฐบาวาเรีย ในสมัยนั้นประเทศเยอรมันยังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศอย่างในปัจจุบัน เป็นรัฐเล็กๆต่างปกครองตนเอง มีกษัตริย์ของตัวเอง กษัตริย์ลุดวิกทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 18 ชันษา เป็นกษัตริย์อารมณ์ศิลป์ สนใจศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม มากกว่าจะสนใจปกครองบ้านเมือง ทรงนิยมสร้างปราสาท หลงไหลในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเทพ และชื่นชอบอุปรากรของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) เป็นชีวิตจิตใจ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่องอัศวินหงษ์ (Swan Knight Lohengrin)

เมืองการ์มิช พาร์เท่นเคียเช่น (Garmisch-Partenkirchen)
ประเทศเยอรมัน (Germany) เป็นเมืองตากอากาศ ที่ตัวเมืองเต็มไปด้วยภาพวาดบนกำแพงและอาคาร บ้านเรือน สไตล์พื้นเมือง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ประกอบกับภูมิประเทศที่งดงามเพราะตั้งอยู่ติดกับ “เทือกเขาแอลป์” ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม ที่เหมาะสมกับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น สกี ไต่เขา หรือ กิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก เป็นที่ตั้งของยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน รวมถึงสูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์

ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze)
เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน (Top of Germany) มีความสูงถึง 2,962 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นเมืองทางตอนใต้สุดของประเทศเยอรมัน เป็นพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างรัฐบาวาเรียของประเทศเยอรมันกับรัฐทิโรลของประเทศออสเตรีย ที่ด้านบนมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้แบบ 360 องศา ในวันที่ท้องฟ้าสดสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ถึง 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเยอรมัน ประเทศออสเตรีย ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศอิตาลี สามารถมองเห็นทะเลสาบไอบ์เซ่ (Eibsee) สีน้ำเงินเข้มสุดงดงาม รวมไปถึงยอดเขาต่างๆโดยรอบของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างชัดเจน ยอดเขาซุกสปิตเซ่แห่งนี้ถูกพิชิตเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1820 หรือเกือบ 200 ปีมาแล้ว โดย โยเซฟ เนาส์, โยฮันน์ เกออร์ก เทาช์ล, และผู้นำทางไมเออร์ ถือว่าเป็นยอดเขาที่มีวิวสวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะเห็นว่าด้านบนของยอดเขาซุกสปิตเซ่ จะมีไม้กางเขนปักอยู่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงจุดสูงสุด โดยถูกปักไว้ร้อยกว่าปีมาแล้ว และก็เคยเสียหายจากฟ้าผ่าหลายครั้งแต่ชาวเมืองก็ช่วยกันซ่อมแซม รวมถึงยังเคยถูกทำลายในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกจนไม่สามารถซ่อมได้อีก จึงมีการสร้างอันใหม่ที่สวยงามขึ้นมาทดแทนดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

เมืองซาลซ์บูร์ก (Salzburg)
เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ใน ประเทศออสเตรีย (Austria) เป็นเมืองหลวงของรัฐซาลซ์บูร์ก เมืองเก่าของเมืองซาลซ์บูร์กและสถาปัตยกรรมบาโรกเป็นหนึ่งในใจกลางเมืองที่ถูกดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันด้วยกัน ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1996

เมืองฮัลสตัท (Hallstatt)
ประเทศออสเตรีย (Austria) เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านมรดกโลก ฮัลสตัท (Hallstatt) อายุกว่า 4,500 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีแสนสวยงามราวกับภาพวาด ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลสตัท (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลสตัทเทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1997 ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่มากที่สุดของประเทศออสเตรีย

เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov)
เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียนทางตอนใต้ของ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรม และศิลปะของเขตเมืองเก่า ด้วยทำเลที่ตั้งของตัวเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ ทำให้กลายเป็นปราการที่สำคัญในการป้องกันข้าศึก ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ. 1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ. 1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าถื อว่าเป็น “ไข่มุกแห่งโบฮีเมียน” ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1992

ปราสาทครุมลอฟ (Krumlov Castle)
จากบริเวณรอบนอกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปราก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River)

เมืองปราก (Prague)
เมืองหลวงของ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) เมืองซึ่งได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และ โรมแห่งอุดรทิศ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1992

ปราสาทปราก (Prague Castle)
ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918

สะพานชาร์ล (Charles Bridge)
สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สะพานที่ออกแบบสไตล์กอธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่เรียงรายอยู่ตลอดแนวสะพาน

เมืองเวียนนา (Vienna)
เมืองหลวงของ ประเทศออสเตรีย (Austria) ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้และขุนเขาหิมะแห่งประเทศออสเตรีย

น้ำพุพัลลัส อะธีน่า (Pallas Athena Fountain)
อันโด่งดัง น้ำพุนี้เป็นผลงานการออกแบบโดย Baron Theophil Hansen เช่นกัน โดยมีเทพีอะธีน่ายืนเด่นเป็นสง่า เสริมด้วยรูปปั้นเทพและเทวดาอื่นๆอีกมากมายหลายองค์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขตแคว้นต่างๆ ของจักรวรรดิออสเตรีย และ จักรวรรดิฮังการี

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)
แห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์คซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้อง ในระหว่างปี ค.ศ. 1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและโถงพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในประเทศฝรั่งเศส โดยรอบของพระราชวังเชินบรุนน์ ถูกรายล้อมด้วยสวนที่จัดตกแต่งประดับประดา จากต้นไม้ ดอกไม้ตามฤดูกาล ได้อย่างสวยงามตระการตา ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี 1996

 

วันที่แรกของการเดินทาง  ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

วันที่สองของการเดินทาง  ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก ฟรันซ์ โยเซฟ ชเตราสส์ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมัน – เมืองมิวนิค – พิพิธภัณฑ์ บี เอ็ม ดับเบิ้ลยู – สนามกีฬาอลิอันซ์ – พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค – ถนนแม็กซิมิเลียน – จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ – เสามาเรียนเซาเลอ – โอเปร่าเฮ้าซ์ – ศาลาว่าการเมืองมิวนิก – มหาวิหารเฟราเอน – เมืองฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ปราสาทโฮเฮ็นชวานเกา

วันที่สามของการเดินทาง เมืองฟุสเซ่น – เมืองการ์มิช พาร์เท่นเคียเช่น ประเทศเยอรมัน – สถานีรถไฟไอบ์เซ่ เพื่อเดินทางโดยรถไฟไต่เขาขึ้นสู่ สถานีซุกสปิตพลาส – จุดพักซอลอัลพินน์ – ขึ้นสู่ยอดเขาโดยกระเช้าไฟฟ้าเกรเชอร์ จากสถานีซุกสปิตพลาส สู่สถานีซุกสปิตเซ่ – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – สถานีกระเช้าไฟฟ้าซุกสปิตเซ่ เพื่อเดินทางกลับลงสู่ สถานีไอบ์เซ่ โดยกระเช้าไฟฟ้าเกรเชอร์ – เมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย – บ้านเกิดโมสาร์ท – ถนนเก็ตเตรียกาสเซส

วันที่สี่ของการเดินทาง เมืองซาลซ์บูร์ก – เมืองฮัลสตัท ประเทศออสเตรีย – หมู่บ้านมรดกโลก ฮัลสตัท – เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก – ปราสาทครุมลอฟ – ย่านเมืองเก่า – จัตุรัสกลางเมือง – ศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่

วันที่ห้าของการเดินทาง เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ – เมืองปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก – ปราสาทปราก – มหาวิหารเซนต์วิตัส – สะพานชาร์ล – ประตูเมืองเก่า – ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า – หอนาฬิกาดาราศาสตร์ – เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย – ถนนสายวงแหวน – โรงละครโอเปร่า – แม็คอาร์เธอร์เกลน ดีไซน์เนอร์ เอาท์เลท พาร์นดอร์ฟ

วันที่หกของการเดินทาง เมืองเวียนนา – อาคารรัฐสภา ออสเตรีย – น้ำพุพัลลัส อะธีน่า – พระราชวังเบลวีเดียร์ – พระราชวังฮอฟบวร์ค – พระราชวังเชินบรุนน์ – โบสถ์เซนต์สตีเฟ่น – โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ – ถนนคาร์นท์เนอร์ – เสาศักดิ์สิทธิ์สไตล์บาโรค

วันที่เจ็ดของการเดินทาง เมืองเวียนนา – ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

วันที่แปดของการเดินทาง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ – ประเทศไทย

 

เริ่มต้นเพียง  47,999  บาท

กำหนดการเดินทาง กันยายน – ธันวาคม 2562

 ทัวร์เที่ยวเต็มร้อย ไปกี่ครั้ง ก็คุ้ม สนุก ทุกทริป

Share Button
Download PDF

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “ยุโรปตะวันออก เยอรมัน ออสเตรีย เช็ก 8 วัน 5 คืน”

20 − 6 =