Hotline: 087-412-0888, 087-412-4888

โปรแกรมทัวร์

Pilok_1200x900_20per

ปิล๊อค สัมผัสวัฒนธรรมมอญ นอนสังขละ

Call for price

ปิล๊อค สัมผัสวัฒนธรรมมอญ นอนสังขละ ปิล๊อค หมู่บ้านเมืองแร่กลางหุบเขา ชมวัดหลวงพ่ออุตตมา สะพานมอญ ด่านเจดียืสามองคื หมู่บ้านอีต่อง น้ำตกจ๊อกกะดิ่น  ราคา 6,900 .-

Product Description

ดาวน์โหลด PDF

ปิล๊อค สัมผัสวัฒนธรรมมอญ นอนสังขละ

ปิล๊อค หมู่บ้านเมืองแร่กลางหุบเขา 

ชมวัดหลวงพ่ออุตตมา สะพานมอญ ด่านเจดียืสามองคื หมู่บ้านอีต่อง น้ำตกจ๊อกกะดิ่น

ตำนานปิล๊อค 

ย้อนอดีตปิล๊อกไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ ทหารอังกฤษ คำเล่าลือ นี้ทำให้กรมทรัพยากร ธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจก็ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุกและวุลแฟรม อยู่มากมาย รองลงมาและมักอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับ สายแร่ดีบุกต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ ได้เปิด”เหมืองปิล๊อก”ขึ้นเป็น แห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก จากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นได้เกิดการปะทะกันระหว่าง ตำรวจกับกรรมกรพม่าเพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ไปขายให้อังกฤษ แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงเกิดการปะทะกัน ทำให้ มีผู้บาด เจ็บและล้มตายจำนวนมาก ในอดีตชาวบ้านเรียกว่า “เหมืองผีหลอก” ต่อมาเพี้ยนเป็น “ปิล๊อก” ซึ่งกลายเป็นชื่อเหมืองแร่ และตำบลในเวลาต่อมา หลังจากนั้นก็ได้มีเหมืองแร่อื่นๆทยอยเปิดตามกันมาอีกมากมายทั้ง เหมืองเล็ก เหมืองใหญ่ ราว 50-60 เหมือง โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แถบนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ดินแดนแห่งนี้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของ บรรดานายเหมือง ทั้งหลายที่ต่างหลั่งไหลเข้ามาผู้แสวง โชคมีทั้งคนไทย พม่า และที่มาจากแถบอินเดีย เหมืองแร่จึง สร้างความเจริญ รุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดย รอบเป็นอย่างมากเนื่อง นิยายเหมืองแร่แห่งปิล๊อกดำเนินเรื่องราวอยู่หลายสิบปี ก่อนประสบภาวะราคาแร่โลก ตกต่ำในปี พ.ศ. 2528 บรรดาเหมืองแร่ทยอย ปิดตัวลง ไม่เว้น แม้แต่เหมืองปิล๊อก ทิ้งไว้เพียงตำนานเมือง เหมืองอันรุ่งโรจน์และ มนต์เสน่ห์แห่งปัจจุบันอันเรียบง่ายสงบ ปิล๊อก กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แวดล้อมด้วยทะเลแห่งภูเขาอันสลับซับซ้อน และสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรี

น้ำตกไทรโยคน้อย 

หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร

วัดวังก์วิเวการาม

นำท่านไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่เจดีย์พุทธคยา ชอปปิ้งสินค้าพื้นเมือง เช่น อัญมณี หินสี เครื่องไม้ เครื่องเงิน..ฯลฯ

เมืองใต้บาดาล

(วัดเดิมของหลวงพ่ออุตตมะซึ่งจมอยู่ใต้น้ำ) จุดบรรจบของแม่น้ำ 3 สาย ต้นกำเนิดแม่น้ำแควน้อย

สะพานมอญ

สะพานแห่งความศรัทธาของคนไทย-คนมอญที่ร่วมใจกันสร้างสะพานไม้ข้ามฝั่งแม่น้ำซองกาเรียด้วยมือ เพื่อข้ามฝั่งแม่น้ำมาสักการะองค์หลวงพ่ออุตตมะ
ด่านเจดีย์สามองค์  

เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนตะวันตกของประเทศไทย กั้นพรมแดนไทย – พม่า ซึ่งเคยเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญในการทำสงครามไทย – พม่า ในอดีต เดินเรียกกันว่า “หินสามกอง” เนื่องจากชาวบ้านผ่านมาบริเวณนี้ก็จะนำหินมากองไว้เพื่อสักการะเป็นสิริมงคล ในการเดินทาง นานวันกองหินก็ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ต่อมาใน พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้นำชาวบ้านมาก่อสร้างเจดีย์จากหินกองใหญ่ ซึ่งเป็นเจดีย์สามองค์ในปัจจุบัน

เนินช้างศึกหรือยอดดอยปิล๊อก

เป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของชายแดนไทย-พม่า เป็นที่ตั้งฐานของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 สถานที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,053 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา

ปิล๊อค

หมอกหนองน้ำกลางหมู่บ้าน  เหมืองเก่าปิล๊อค สะพานเหมืองแร่ ระเบียงป้ายไม้ วัดพระธาตุเหมืองปิล๊อค และน้ำตกจ๊อกกระดิ่น

 

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่แรกของการเดินทาง  กรุงเทพฯ – น้ำตกไทรโยคน้อย – สังขละ – วัดวังก์วิเวการาม – นั่งเรือชมเมืองบาดาล  - สะพานมอญ

วันที่สองของการเดินทาง   ตักบาตร – ด่านเจดีย์สามองค์  – เขื่อนวชิราลงกรณ์ – ทองผาภูมิ – ปีล๊อค                                                                                                                          

วันที่สามของการเดินทาง   ปีล๊อค – เขื่อนเขาแหลม – กรุงเทพฯ

ราคา   6,900

กำหนดการเดินทาง

เดินทาง : มกราคม - เมษายน  2562

เที่ยวทัวร์เต็มร้อยบริการดีเที่ยวครบราคาประหยัด !! 

 

Share Button
Download PDF

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “ปิล๊อค สัมผัสวัฒนธรรมมอญ นอนสังขละ”

six + sixteen =